ภาวะหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบันอันเนื่องมาจาก
เทคโนโลยี่การรักษาได้เปลี่ยนบทบาทการรักษาและการดำเนินโรค
ช่วยให้ผู้ป่วยที่ประสบภาวะดังกล่าวลดความทุกข์ทรมานได้มาก
สาเหตุของภาวะดังกล่าวที่ทำให้หัวกระดูกสะโพกขาดเลือดและนำไปสู่ภาวะข้อ
เสื่อม หรือหัวกระดูกตายมีหลายสาเหตุ สามารถจำแนกได้คร่าวๆ คือ
สาเหตุอันเกี่ยวเนื่องจากอุบัติเหตุที่กระดูกสะโพก แล้วทำให้ข้อสะโพกหัก
หรือเคลื่อนหลุด และอีกสาเหตุหนึ่งคือ
การเกิดภาวะที่กระดูกตายอันเนื่องมาจากโรคประจำตัว
หรือได้รับสารพิษบางประเภท เช่น แอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
รวมถึงการได้รับยาบางประเภท เช่น เสตียรอยด์
แต่ละสาเหตุล้วนทำให้เกิดการตายของหัวกระดูกได้เร็วช้าต่างกัน
ซึ่งผู้ป่วยแต่ละรายย่อมมีการดำเนินโรคที่จำเพาะสำหรับแต่ละคน
ผู้ป่วยบางรายหัวกระดูกตายเพียงบางส่วนและการดำเนินโรคเป็นไปอย่างช้าๆ
ค่อยเป็นค่อยไป ทำให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ในระดับต่ำกว่าปกติที่เคยทำ
แต่ในบางรายหัวกระดูกตายเร็วทำให้มีความทุกพลภาพ ในการทำกิจวัตรได้ลดลง
รวมถึงหน้าที่การงานก็จำเป็นต้องเปลี่ยนไปในทางที่ลดลงด้วยเช่นกัน
การวินิจฉัยภาวะหัวกระดูกตายควรใช้ภาพรังสีในการร่วมวินิจฉัย
หรือในบางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้ภาพรังสีชนิดพิเศษ MRI (Magnetic Resonance
Image) ในการร่วมวินิจฉัย และช่วยประเมินการดำเนินของโรค
เพราะในช่วงที่หัวกระดูกเริ่มตายอาจไม่ปรากฏหลักฐานในการใช้ภาพรังสีชนิด
ธรรมดา
การรักษาแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ
- การรักษาด้วยวิธีอนุรักษ์นิยม อันเป็นการชะลอการดำเนินของโรค หรือพยายามหยุดการดำเนินโรค เพื่อให้ข้อสะโพกเสียหายน้อยที่สุด และสามารถใช้ได้นานที่สุด
- การรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งมีหลายวิธี ขึ้นกับภาวะของโรคที่เป็น การรักษาด้วยการผ่าตัดบางประเภทสามารถใช้เพื่อชะลอการดำเนินโรค ลดภาวะความเจ็บปวด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน แต่ผู้ป่วยยังคงใช้ข้อสะโพกของตนเองอยู่ ซึ่งในผู้ป่วยบางรายที่การดำเนินโรคถึงระยะสุดท้าย การรักษาด้วยการเก็บข้อสะโพกไว้อาจไม่สามารถทำได้ หากเป้าประสงค์ของผู้ที่ได้รับการรักษาอยากที่จะกลับไปเดินได้โดยไม่มีอาการ เจ็บปวด การรักษาด้วยการเปลี่ยนข้อเทียมจึงมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยี่ในปัจจุบันสามารถทำให้การรักษามีประสิทธิภาพ และอาจยึดอายุการใช้งานของข้อเทียมได้ไม่มากก็น้อย






0 comments:
Post a Comment