Saturday, June 22, 2013

กระดูกหักในผู้สูงอายุ

http://www.siphhospital.com/attach/article/6-m.jpg
การบาดเจ็บด้วยการล้มเป็นปัญหาใหญ่และสำคัญในผู้สูงอายุ และการล้มแต่ละครั้งย่อมส่งผลเสียต่อกระดูกและข้อต่อไม่มากก็น้อย หากเรามีญาติผู้ใหญ่ที่เคยประสบปัญหาล้มแล้วมีกระดูกหัก เราอาจทราบถึงความทรมาน และความเจ็บปวดที่ผู้ป่วยต้องทนแบกรับไว้ รวมถึงความลำบากและความกังวลของบรรดาญาติและลูกหลาน ในการที่จะดูแลและให้ความช่วยเหลือ ดังนั้นการล้มแต่ละครั้งหากเราป้องกันไม่ให้เกิดได้ก็จะเป็นการดีที่สุด
การล้มแต่ละครั้งย่อมต้องมีปัจจัยส่งเสริมในแต่ละกรณีต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ทางเดินภายในบ้านและแสงสว่าง ด้านตัวผู้ป่วยเอง เช่น โรคร่วมที่เป็นหรือการรับรู้ผ่านระบบการมองเห็นที่มีปัญหา หรือระบบทรงตัวที่มีการทำงานผิดไปจากภาวะปกติสมดุล
กระดูกหักในผู้สูงอายุ
นอกจากปัจจัยที่จะทำให้ล้ม ซึ่งเราต้องปรับเพื่อผู้สูงอายุแล้ว ปัจจัยด้านความแข็งแรงของกระดูกก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าหากกระดูกแข็งแรง ซึ่งการล้มหากไม่ใช่การล้มและตกจากที่สูง ย่อมไม่ส่งผลให้เกิดการหักของกระดูก หรือการบาดเจ็บของข้อต่อที่รุนแรง ดังนั้น การดูแลกระดูกให้แข็งแรงอยู่เสมอ เช่นการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของแคลเซียมสูง รวมทั้งการดูแลภาวะกระดูกพรุน ย่อมส่งผลให้กระดูกผู้สูงอายุแข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย รวมทั้งการดูแลโรคร่วมที่พบ เช่น ภาวะการทำงานของไตผิดปกติ หรือระดับฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติ ย่อมส่งผลดีต่อกระดูก ไม่ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดถอยลง
ในผู้สูงอายุเพศหญิง ปัจจัยสำคัญอีกอันหนึ่งคือระดับฮอร์โมนเพศ  ซึ่งเรียกภาวะที่หมดฮอร์โมนเพศว่า “วัยทอง” ทำให้ในผู้สูงอายุเพศหญิงซึ่งมีมวลกระดูกน้อยกว่าเพศชาย มักมีการแตกหักของกระดูกได้ง่ายกว่าผู้สูงอายุเพศชาย   แต่การเสริมฮอร์โมนนั้นไม่ได้เป็นการรักษาในผู้ป่วยทุกราย เพราะความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลายชนิดพบว่า เกี่ยวข้องกับการรับประทานฮอร์โมนเพศ ดังนั้นการรักษาเพื่อคงสภาพของกระดูกในผู้สูงอายุหญิงจึงควรได้รับการตรวจหา ภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน และทำการรักษาให้ทันท่วงทีก่อนการที่กระดูกจะสูญเสียมวลจนกระทั่งไม่สามารถ รับแรงกระแทกขนาดน้อยๆ ได้
กระดูกหักในผู้สูงอายุ
ในรายที่กระดูกหักแล้วก็ยังมีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาภาวะกระดูกพรุน  เพราะมักพบผู้ป่วยที่จะต้องเข้ารักษาอาการกระดูกหักซ้ำแล้วซ้ำอีกในขาแต่ละ ข้าง หรือในข้อมือแต่ละข้าง
หากผู้สูงอายุได้รับการดูแลในทางกระดูกอย่างดีแล้ว ทั้งลูกหลานและญาติพี่น้องก็จะไม่ต้องเป็นกังวลกับปัญหากระดูกหักในภายหลังได้

ภาวะปวดข้อสะโพกจากหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด

ภาวะหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบันอันเนื่องมาจาก เทคโนโลยี่การรักษาได้เปลี่ยนบทบาทการรักษาและการดำเนินโรค  ช่วยให้ผู้ป่วยที่ประสบภาวะดังกล่าวลดความทุกข์ทรมานได้มาก
สาเหตุของภาวะดังกล่าวที่ทำให้หัวกระดูกสะโพกขาดเลือดและนำไปสู่ภาวะข้อ เสื่อม หรือหัวกระดูกตายมีหลายสาเหตุ สามารถจำแนกได้คร่าวๆ คือ สาเหตุอันเกี่ยวเนื่องจากอุบัติเหตุที่กระดูกสะโพก แล้วทำให้ข้อสะโพกหัก หรือเคลื่อนหลุด และอีกสาเหตุหนึ่งคือ การเกิดภาวะที่กระดูกตายอันเนื่องมาจากโรคประจำตัว หรือได้รับสารพิษบางประเภท เช่น แอลกอฮอล์ในปริมาณมาก รวมถึงการได้รับยาบางประเภท เช่น เสตียรอยด์
ภาวะปวดข้อสะโพกจากหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด
แต่ละสาเหตุล้วนทำให้เกิดการตายของหัวกระดูกได้เร็วช้าต่างกัน ซึ่งผู้ป่วยแต่ละรายย่อมมีการดำเนินโรคที่จำเพาะสำหรับแต่ละคน  ผู้ป่วยบางรายหัวกระดูกตายเพียงบางส่วนและการดำเนินโรคเป็นไปอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป ทำให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ในระดับต่ำกว่าปกติที่เคยทำ  แต่ในบางรายหัวกระดูกตายเร็วทำให้มีความทุกพลภาพ ในการทำกิจวัตรได้ลดลง รวมถึงหน้าที่การงานก็จำเป็นต้องเปลี่ยนไปในทางที่ลดลงด้วยเช่นกัน
ภาวะปวดข้อสะโพกจากหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด
การวินิจฉัยภาวะหัวกระดูกตายควรใช้ภาพรังสีในการร่วมวินิจฉัย หรือในบางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้ภาพรังสีชนิดพิเศษ MRI (Magnetic Resonance Image) ในการร่วมวินิจฉัย และช่วยประเมินการดำเนินของโรค เพราะในช่วงที่หัวกระดูกเริ่มตายอาจไม่ปรากฏหลักฐานในการใช้ภาพรังสีชนิด ธรรมดา

การรักษาแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ

  1. การรักษาด้วยวิธีอนุรักษ์นิยม อันเป็นการชะลอการดำเนินของโรค หรือพยายามหยุดการดำเนินโรค เพื่อให้ข้อสะโพกเสียหายน้อยที่สุด และสามารถใช้ได้นานที่สุด
  2. การรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งมีหลายวิธี ขึ้นกับภาวะของโรคที่เป็น การรักษาด้วยการผ่าตัดบางประเภทสามารถใช้เพื่อชะลอการดำเนินโรค ลดภาวะความเจ็บปวด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน แต่ผู้ป่วยยังคงใช้ข้อสะโพกของตนเองอยู่    ซึ่งในผู้ป่วยบางรายที่การดำเนินโรคถึงระยะสุดท้าย  การรักษาด้วยการเก็บข้อสะโพกไว้อาจไม่สามารถทำได้ หากเป้าประสงค์ของผู้ที่ได้รับการรักษาอยากที่จะกลับไปเดินได้โดยไม่มีอาการ เจ็บปวด  การรักษาด้วยการเปลี่ยนข้อเทียมจึงมีบทบาทมากขึ้น  ซึ่งเทคโนโลยี่ในปัจจุบันสามารถทำให้การรักษามีประสิทธิภาพ และอาจยึดอายุการใช้งานของข้อเทียมได้ไม่มากก็น้อย
ด้วยความเข้าใจในโรคที่เป็น และได้รับการดูแลข้อสะโพกที่มีอาการขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างถูกต้อง ผู้ป่วยที่มีภาวะนี้ สามรถที่จะใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุขตามอัตภาพ  และสามารถปรับตัวได้หากจำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดรักษาด้วยการทดแทนข้อสะโพก ที่เสียหาย  ทั้งความเข้าใจในโรคยังสามารถลดความสูญเสียของข้อสะโพกข้างที่ยังไม่เกิด โรคได้อีกทางหนึ่งด้วย

ภาวะข้อเท้าแพลงและกระดูกร้าว

การบาดเจ็บที่ข้อเท้านั้นเป็นการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยอีกประการหนึ่ง ซึ่งสุภาพสตรีหลายท่านเคยประสบมาแล้วจากการพลิกเพราะการใส่รองเท้าส้นสูง
ภาวะข้อเท้าแพลงและกระดูกร้าว
อาการปวดที่ข้อเท้าเป็นๆ หายๆ ก็มักเป็นผลจากการบาดเจ็บที่ไม่หายขาด เนื่องมาจากการเพิกเฉย ละเลยต่ออาการบาดเจ็บนั้น และประกอบกับการรักษาที่ไม่ต่อเนื่อง  ทำให้ไม่สามารถกลับไปมีศักยภาพทางการกีฬาได้อย่างเดิม หรือไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ปรกติเหมือนเดิม
การที่ข้อเท้าบาดเจ็บนั้น ส่วนสำคัญเป็นเพราะการขาดการระมัดระวังในการเดิน หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการบิดพลิกของข้อเท้า รวมทั้งการสวมใส่รองเท้าที่มีผลทำให้ข้อเท้าไม่อยู่ในท่าที่มั่นคงเวลาลง น้ำหนักในการยืนหรือเดิน
ภาวะข้อเท้าแพลงและกระดูกร้าว
วิธีป้องกันการเกิดข้อเท้าพลิกนั้นควรตระหนักถึงรองเท้าที่สวมใส่ และความสามารถในการทำกิจกรรมมีส่วนอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ที่เส้นเอ็นของข้อเท้า  รองเท้าที่ดีนั้นควรเหมาะสมกับชนิดของกีฬา และเหมาะสมกับลักษณะรูปเท้าของแต่ละคน  รองเท้าแต่ละประเภทหากนำไปสวมใส่ผิดประเภทก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ข้อ เท้าได้อย่างง่ายดาย ตัวอย่างเช่น รองเท้าใส่วิ่งที่เราคิดว่าเป็นรองเท้ากีฬาสารพัดนึกนั้น  มีส่วนที่ได้ออกแบบเพื่อการดันข้อเท้าไปข้างหน้าขณะวิ่ง แต่ไม่ได้มีส่วนช่วยให้เกิดความมั่นคงของข้อเท้า เพราะพื้นรองเท้าไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกีฬาประเภทที่ต้องการความมั่นคงของข้อ เท้าขณะเล่นกีฬา เช่น ขณะตีลูกเทนนิสในการเล่นกีฬาเทนนิส
การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นตรงข้อเท้านั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนเคยประสบ แต่การบาดเจ็บและบวมของข้อเท้าที่เป็นอยู่นานหลายวัน หรือไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้นั้น ย่อมเป็นสัญญาณเตือนว่าการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นอาจเป็นมากกว่าแค่ข้อเท้าแพลง
ในผู้ป่วยบางรายที่มีภาวะกระดูกไม่แข็งแรง การบาดเจ็บที่ข้อเท้าอาจส่งผลให้เกิดกระดูกร้าวหรือกระดูกหักได้ ซึ่งการรักษาควรมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ  หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้การรักษายากขึ้น หรือไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพปรกติของข้อเท้าได้
ภาวะข้อเท้าแพลงและกระดูกร้าว
ข้อเท้าเป็นส่วนที่รับน้ำหนักตัวมากข้อหนึ่ง และมีส่วนช่วยให้เกิดการเดินที่ปรกติและสมดุล  การบาดเจ็บที่ข้อเท้าจึงควรได้รับการใส่ใจไม่แพ้การบาดเจ็บที่กระดูก หรือข้อต่อในส่วนอื่นๆ เช่นกัน

ภาวะปวดข้อและข้อเสื่อม

ภาวะปวดข้อและข้อเสื่อม


ภาวะปวดข้อและข้อเสื่อม
อาการปวดข้อไม่ว่าจะเกิดขึ้นในบริเวณใดๆ ก็ตาม ล้วนทำให้เกิดความรำคาญทั้งกายและใจ หรือประสบปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันกันด้วยกันทั้งนั้น การปวดบางครั้งพอทนได้ แต่บางครั้งทนแล้วทนอีกก็ทนไม่ไหว บางท่านลองรับประทานยาสามัญประจำบ้านแล้วก็มีอาการพอทุเลาแต่ไม่หายขาด หรือยังคงทำให้ไม่สามารถทำกิจวัตรที่ต้องการได้อย่างเต็มที่
การปวดข้อมีหลายประเภท แต่ละประเภทก็มีต้นตอที่แตกต่างกัน เพราะส่วนประกอบของข้อไม่ได้ประกอบขึ้นด้วยแค่กระดูกสองชิ้น แต่ยังประกอบด้วยผิวข้อ เยื่อหุ้มข้อ เส้นเอ็นยึดข้อ หรือในบางข้อต่อก็มีหมอนรองข้อ รวมทั้งบางข้อก็มีความซับซ้อนมาก เช่น มีส่วนของกระดูกประกอบกันถึง 3 ชิ้น แต่ละส่วนประกอบก็ก่อให้เกิดปัญหาและแสดงออกถึงอาการปวดได้ทั้งสิ้น นอกจากนี้ การปวดบางครั้งเป็นการส่งผ่านอาการปวดมาจากส่วนอื่น เช่น การตายของกล้ามเนื้อหัวใจเป็นต้น
โรคบางประเภทที่เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ โรคภูมิแพ้บางประเภท โรคผิวหนังบางประเภท  หรือ โรคทางเมตาโบลิก ก็มีส่วนส่งผลต่ออาการปวด และการอักเสบในข้อได้ เพราะโรคเหล่านี้มีการตอบสนองภายในข้อต่อภาวะของโรค รวมทั้งโรคเหล่านี้ยังทำให้ส่วนประกอบของข้อต่อเสียและเสื่อมได้ หากการดำเนินโรคเลวลงถึงขั้นรุนแรง
ภาวะปวดข้อและข้อเสื่อม
การบาดเจ็บก็เป็นปัจจัยหนึ่งของการปวดข้อ บางครั้งการบาดเจ็บเพียงน้อยนิด แต่ทว่าไม่ดูแลส่วนประกอบสำคัญของข้อที่ได้รับการบาดเจ็บให้หายโดยไว ก็สามารถทำให้เกิดการปวดเรื้อรัง บวมอักเสบเรื้อรัง และยังทำให้ไม่สามารถทำกิจวัตรหรือเล่นกีฬาด้วยศักยภาพเดิมได้อีก การรักษาตั้งแต่เริ่มต้นอย่างเหมาะสม ย่อมจะทำให้เกิดผลดีต่อข้อต่อ และกระดูกภายใต้ผิวข้อ เพราะปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีที่ดีเลิศในการสร้างผิวข้อเทียม หรือส่วนประกอบของข้อต่อเช่น หมอนรองข้อ ให้ได้คุณภาพใกล้เคียงกับของเดิมก่อนการบาดเจ็บ
ผลพวงจากโรคต่างๆ ที่ได้กล่าวมากแล้วย่อมมีผลกับผิวข้อ (กระดูกอ่อนที่ผิวข้อ) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการคงอยู่ และคงสภาพของข้อให้เกิดการใช้งานได้อย่างปกติ หากเราปล่อยปละละเลยให้ผิวข้อเกิดการสึกตั้งแต่วัยเยาว์ ภาวะผิวข้อเสื่อมก็คงถามหาเราก่อนวัยชราอย่างแน่นอน
ภาวะปวดข้อและข้อเสื่อม
ด้วยปัจจุบันทางการแพทย์มีเทคโนโลยีที่สามารถวินิจฉัยอาการปวดเหล่านั้นได้ อย่างดีขึ้นกว่าในแต่ก่อน แต่การใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นยังมีราคาแพง และบางครั้งอาจไม่สอดคล้องกับโรคที่เป็นและการรักษาที่ผู้ป่วยตั้งใจไว้ การมาโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุการก่อโรค หาแนวทางในการรักษาและปฏิบัติตัวที่เหมาะสมเพื่อยืดอายุข้อ ย่อมเป็นแนวทางที่ดีที่สุด การปล่อยทิ้งไว้นานเกินควร ย่อมส่งผลให้เกิดความเสียหายมากขึ้นต่อส่วนต่างๆ ของข้อต่อ และยังทำให้ยากต่อการรักษาในอนาคต หากต้องมีการรักษาด้วยการผ่าตัด ก็จำเป็นต้องใช้เหล็กหรือข้อเทียมที่พิเศษมากขึ้น

ภาวะข้อมือซ้นและข้อมือหัก

ภาวะข้อมือซ้นและข้อมือหัก


ภาวะข้อมือซ้นและข้อมือหัก
“ปวดข้อมือ” เป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้ที่ล้มหรือมีการกระแทกอย่างรุนแรง โดยมักมีอาการปวดและบวมอยู่หลายวัน ยิ่งไปกว่านั้นหากผู้ป่วยไม่ได้ไปพบแพทย์ภายหลังการบาดเจ็บโดยทันที ก็อาจทำให้การรักษาล่าช้าหรือไม่สามารถทำได้ดีเท่าที่ควร
หากไม่ได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ต้นว่ามีกระดูกหักที่บริเวณข้อมือด้วยหรือ ไม่ การรักษาเบื้องต้นด้วยการนวดหรือทาน้ำมัน อาจเป็นเหตุให้การดำเนินโรครุนแรงขึ้น ในบางรายอาจพึ่งพาการรักษาด้วยการดามโดยแพทย์พื้นบ้านซึ่งอาจโชคดี เพราะการบาดเจ็บเป็นเพียงแค่การบาดเจ็บของเส้นเอ็นมิใช่การหักของกระดูก แต่ในรายที่มีกระดูกหัก การดามด้วยการตรวจข้อมือเพียงภายนอกอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะจัดกระดูกที่หักให้เข้ารูปได้อย่างเหมาะสม
การใช้รังสีภาพเพื่อการวินิจฉัยและติดตามการรักษา ไม่ว่าจะด้วยการใส่เฝือกหรือการผ่าตัดจึงจะถือว่าเป็นการรักษามาตรฐานในปัจจุบัน
ภาวะข้อมือซ้นและข้อมือหัก
ผลการรักษากระดูกข้อมือหักนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ในท้ายที่สุดถึงแม้จะมีการติดของกระดูก แต่ก็จะมีความผิดปกติขององศาการเคลื่อนไหวของข้อมือไม่มากก็น้อย การทำกายภาพบำบัดอาจช่วยลดการติดแข็งของข้อมือได้แต่ต้องทำด้วยผู้ชำนาญการ หากผู้ป่วยไปทำกายภาพบำบัดโดยผู้ที่ทำการรักษาไม่ทราบว่า ภาวะของกระดูกที่หักนั้นเป็นเช่นไร ย่อมส่งผลเสียต่อกระดูกที่กำลังจะหายเป็นปกติ และอาจทำให้เกิดการหักซ้ำที่ตำแหน่งเดิมได้อีก
ข้อควรระวังในผู้สูงอายุคือ การระมัดระวังการล้มหรือการกระแทกที่ข้อมือจะเป็นการดีที่สุด เพราะหากเกิดการหักขึ้นแล้วย่อมต้องมีความสูญเสียหน้าที่การทำงานของข้อมือ ไม่มากก็น้อย


อ. นพ.ลิขิต รักษ์พลเมือง


แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการบาดเจ็บด้านสะโพกและข้อเข่า (ข้อเทียม) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล